ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุด
สมมติมีคนบอกว่า "ถ้าเงินได้สุทธิเกิน 750,000 บาท จะเสียภาษี 20%" หลายคนจะตกใจว่าถ้าได้ 760,000 บาท ต้องจ่ายภาษี 152,000 บาทเลยหรือ
ไม่ใช่ครับ ระบบภาษีไทยเป็นแบบ ขั้นบันได (progressive) หมายความว่าเงินได้แต่ละช่วงถูกคิดในอัตราของช่วงนั้นๆ แยกกัน ไม่ได้เอาทั้งก้อนมาคูณอัตราสูงสุด
ให้นึกภาพว่าเงินได้สุทธิของคุณถูกเทลงในแก้วหลายใบเรียงกัน แก้วใบแรก 150,000 บาทแรกไม่เสียภาษีเลย เต็มแล้วถึงล้นไปแก้วที่สองซึ่งคิด 5% ล้นอีกถึงไปแก้วที่สามคิด 10% ไปเรื่อยๆ — เงินที่อยู่ในแก้วใบแรกยังคงไม่เสียภาษีเสมอ ไม่ว่าคุณจะรวยแค่ไหน
4 ขั้นตอนของการคำนวณ
การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทั้งหมด สรุปเป็นลำดับได้แบบนี้:
- รวมเงินได้ทั้งปี — เงินเดือน ค่าจ้าง ฟรีแลนซ์ และรายได้อื่น
- หักค่าใช้จ่าย — กฎหมายให้หักแบบเหมาได้ตามประเภทเงินได้
- หักค่าลดหย่อน — ส่วนตัว ครอบครัว ประกัน กองทุน ฯลฯ
- ได้เงินได้สุทธิ แล้วนำไปคิดตามอัตราขั้นบันได
จุดที่คนพลาดบ่อยคือเอา "เงินเดือนทั้งปี" ไปเทียบตารางอัตราภาษีตรงๆ ทั้งที่ตัวเลขที่ต้องเอาไปเทียบคือ เงินได้สุทธิ ซึ่งผ่านการหักมาแล้ว 2 ชั้น และมักจะน้อยกว่าเงินเดือนรวมพอสมควร
ขั้นที่ 1–2: รายได้ และการหักค่าใช้จ่าย
สำหรับเงินได้จากการจ้างงาน (เงินเดือน) กฎหมายให้หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 50% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
แปลว่าถ้าเงินเดือนรวมทั้งปีเกิน 200,000 บาท คุณจะหักค่าใช้จ่ายได้เต็มเพดาน 100,000 บาทพอดี ไม่ว่าจะได้มากกว่านั้นแค่ไหน
ถ้ามีทั้งเงินเดือนและฟรีแลนซ์ เงินได้แต่ละประเภทมีเพดานค่าใช้จ่ายของตัวเอง ไม่ได้รวมกันเป็นก้อนเดียว — ในแอป MoneyMind แยกช่องกรอกให้อยู่แล้วและคิดเพดานแยกให้อัตโนมัติ
ขั้นที่ 3: ค่าลดหย่อน
ค่าลดหย่อนคือส่วนที่หักได้เพิ่มหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว รายการที่คนใช้บ่อยที่สุด:
| รายการลดหย่อน | เพดาน |
|---|---|
| ส่วนตัว (ได้ทุกคนอัตโนมัติ) | 60,000 |
| คู่สมรส (ไม่มีเงินได้) | 60,000 |
| บุตร (ต่อคน) | 30,000 |
| บิดามารดา (ต่อคน) | 30,000 |
| ผู้พิการ/ทุพพลภาพ (ต่อคน) | 60,000 |
| ประกันชีวิต | 100,000 |
| ประกันสุขภาพตนเอง | 25,000 |
| ประกันชีวิต + สุขภาพ รวมกัน | 100,000 |
| ประกันสุขภาพบิดามารดา | 15,000 |
| ประกันชีวิตแบบบำนาญ | 200,000 |
| ประกันสังคม | 9,000 |
| ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้าน | 100,000 |
ส่วนกองทุนลดหย่อนภาษี (RMF, Thai ESG, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ) มีเงื่อนไขและเพดานซับซ้อนกว่า เพราะบางตัวต้องนับรวมเพดานเดียวกัน — เราแยกอธิบายไว้ใน บทความเปรียบเทียบ RMF / Thai ESG / SSF
อีกรายการที่มักลืมคือ เงินบริจาค ซึ่งหักได้ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นแล้ว (บริจาคเพื่อการศึกษาบางประเภทหักได้ 2 เท่า แต่ยังอยู่ใต้เพดาน 10% เดียวกัน)
ขั้นที่ 4: อัตราภาษีขั้นบันได
เมื่อได้ "เงินได้สุทธิ" แล้ว ถึงเอามาเทียบตารางนี้:
| เงินได้สุทธิ (บาท) | อัตราภาษี | ภาษีสูงสุดในขั้นนี้ |
|---|---|---|
| 0 – 150,000 | ยกเว้น | 0 |
| 150,001 – 300,000 | 5% | 7,500 |
| 300,001 – 500,000 | 10% | 20,000 |
| 500,001 – 750,000 | 15% | 37,500 |
| 750,001 – 1,000,000 | 20% | 50,000 |
| 1,000,001 – 2,000,000 | 25% | 250,000 |
| 2,000,001 – 5,000,000 | 30% | 900,000 |
| 5,000,001 ขึ้นไป | 35% | — |
คอลัมน์ขวาสุดคือภาษีสูงสุดที่เกิดได้ในขั้นนั้น ถ้าเงินได้สุทธิของคุณล้นเต็มขั้นนั้นพอดี ซึ่งช่วยให้คำนวณเร็วขึ้นมาก — เพราะขั้นที่ต่ำกว่าจะเป็นค่าคงที่เสมอ
ตัวอย่างคำนวณจริง
โสด ไม่มีบุตร จ่ายประกันสังคมเต็มปี และซื้อประกันชีวิตไว้ 30,000 บาท
ขั้นที่ 1 — รวมเงินได้ทั้งปี
50,000 × 12 = 600,000 บาท
ขั้นที่ 2 — หักค่าใช้จ่าย
50% ของ 600,000 = 300,000 บาท แต่ติดเพดาน จึงหักได้ 100,000 บาท
เหลือ 600,000 − 100,000 = 500,000 บาท
ขั้นที่ 3 — หักค่าลดหย่อน
- ส่วนตัว: 60,000
- ประกันสังคม: 9,000
- ประกันชีวิต: 30,000
รวมลดหย่อน = 99,000 บาท
เหลือ 500,000 − 99,000 = เงินได้สุทธิ 401,000 บาท
ขั้นที่ 4 — คิดภาษีขั้นบันได
- 150,000 บาทแรก → ยกเว้น = 0 บาท
- ช่วง 150,001–300,000 (อีก 150,000 บาท) × 5% = 7,500 บาท
- ช่วง 300,001–401,000 (อีก 101,000 บาท) × 10% = 10,100 บาท
รวมภาษีที่ต้องเสียทั้งปี = 17,600 บาท
คนคนนี้ "อยู่ในขั้น 10%" แต่ภาษีจริงที่จ่ายคือ 17,600 จาก 600,000 บาท คิดเป็นแค่ ประมาณ 2.9% ของรายได้ทั้งปี เท่านั้น นี่คือความต่างระหว่าง อัตราขั้นสูงสุดที่คุณแตะ กับ อัตราภาษีที่จ่ายจริง ซึ่งคนละตัวเลขกันโดยสิ้นเชิง
ลดภาษีได้ที่จุดไหนบ้าง
จากสูตรข้างบนจะเห็นว่ามีอยู่จุดเดียวที่เราควบคุมได้จริง คือ ค่าลดหย่อนในขั้นที่ 3 เพราะค่าใช้จ่ายเป็นสูตรตายตัว และอัตราภาษีเป็นกฎหมาย
สิ่งที่ควรรู้ก่อนรีบซื้ออะไรเพื่อลดภาษี:
- ลดหย่อนไม่ได้แปลว่าได้เงินคืนเท่าที่จ่าย — ซื้อกองทุนลดหย่อน 10,000 บาท ถ้าคุณอยู่ขั้น 10% จะประหยัดภาษีได้ 1,000 บาท ไม่ใช่ 10,000 บาท
- ยิ่งขั้นภาษีสูง ยิ่งคุ้ม — เงินลดหย่อนก้อนเดียวกัน คนขั้น 30% ประหยัดได้มากกว่าคนขั้น 5% ถึง 6 เท่า
- อย่าซื้อเกินจนกระทบสภาพคล่อง — กองทุนลดหย่อนภาษีมีเงื่อนไขถือครองยาว ขายก่อนกำหนดอาจต้องคืนภาษีพร้อมเงินเพิ่ม
ไม่อยากคิดเองทุกปี
MoneyMind คำนวณภาษีตามอัตราขั้นบันไดจริงให้อัตโนมัติ กรอกรายได้กับค่าลดหย่อน แล้วเห็นเลยว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ และซื้อกองทุนเพิ่มอีกเท่าไหร่ถึงจะคุ้มที่สุด
ลองคำนวณภาษีฟรีบทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อความเข้าใจทั่วไปเท่านั้น MoneyMind ไม่ใช่ที่ปรึกษาทางการเงิน การลงทุน ภาษี หรือกฎหมาย ตัวเลขและตัวอย่างที่แสดงเป็นการประมาณการเพื่อการวางแผนส่วนตัว กฎหมายภาษีมีการปรับปรุงเป็นระยะและกรณีของแต่ละคนต่างกัน ก่อนยื่นภาษีจริงควรตรวจสอบกับ กรมสรรพากร หรือผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตเสมอ